โครงการวิจัย เรื่องเก็บภาษีคาร์บอน: เครื่องมือลดโลกร้อน

ชื่องานวิจัย


โครงการวิจัย เรื่องเก็บภาษีคาร์บอน: เครื่องมือลดโลกร้อน

เสนอต่อ


สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน)

รายชื่อนักวิจัย


รศ.ดร.นิรมล สุธรรมกิจ *

บทคัดย่อ


โครงการวิจัย เก็บภาษีคาร์บอน: เครื่องมือลดโลกร้อน

ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นับวันจะยิ่งมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น และ ส่งผลให้เกิดความ

เสียหายต่อระบบเศรษฐกิจอย่างมหาศาล มาตรการทางภาษีเป็นหนทางหนึ่งที่นำมาใช้เพื่อสร้างแรงจูงใจให้

เกิด การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ งานวิจัยชิ้นนี้มุ่งเน้นที่จะศึกษาถึงแนวทางในเบื้องต้นของประเทศไทย ในการดำเนินการจัดเก็บภาษีคาร์บอนฯ งานวิจัยนี้ได้เสนอแนวทางการจัดเก็บภาษีที่เป็นไปได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ (1) เก็บภาษีบนฐานการใช้ไฟฟ้า (2) เก็บภาษีบนฐานการใช้น้ำมัน และ (3) เก็บภาษีบนฐานของการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ จากแหล่งผลิต โดยคำนึงถึง ประสิทธิภาพในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ รายรับจากภาษี ภาระภาษี ต้นทุนในการดำเนินการจัดเก็บภาษี และ ผลกระทบต่อการส่งออก นอกจากนี้ยังได้ทำการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ประกอบการที่คาดว่าจะได้รับผล กระทบจากการเก็บภาษีคาร์บอนฯ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนประกอบการพิจารณาแนวทางในการจัดเก็บภาษี อีกด้วย อย่างไรก็ตามงานวิจัยชิ้นนี้มิได้ทำการศึกษาถึงอัตราภาษีคาร์บอนที่เหมาะสม

จาก การวิจัยพบว่า การเก็บภาษีบนฐานของการใช้ไฟฟ้า หรือ การใช้น้ำมัน จะมีประสิทธิภาพสูงในการลดก๊าซคาร์บอนฯ และ มีต้นทุนในการดำเนินการที่ต่ำ เมื่อเทียบกับ การจัดเก็บภาษีบนฐานของการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ จากแหล่งผลิต นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอให้นำรายได้จากภาษีไปใช้ (ก) ปรับโครงสร้างภาษี (ข) นำไปจัดตั้งกองทุนสนับสนุนเทคโนโลยีสีเขียว และ (ค) ใช้เป็นเงินโอนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ที่มีรายได้ต่ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภาระภาษีคาร์บอนฯ ภาคเอกชนเสนอให้รัฐบาล (ก) สนับสนุนเงินทุนในการพัฒนาเทคโนโลยีสีเขียวแก่ภาคอุตสาหกรรมเพื่อเตรียมความ พร้อมก่อนการดำเนินการจัดเก็บภาษีคาร์บอน (ข) ควรให้มีการจัดทำมาตรฐานการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ จากการผลิตสินค้าชนิดต่างๆ และ จัดเก็บภาษีคาร์บอนจากส่วนที่เกินจากระดับมาตรฐาน และ (ค) เพื่อมิให้เสียความสามารถในการแข่งขัน รัฐบาลควรดำเนินการจัดเก็บภาษีคาร์บอนจากสินค้านำเข้าด้วยเช่นเดียวกัน

การ จัดเก็บภาษีคาร์บอนในประเทศไทย อาจใช้เป็นเครื่องมือในการเจรจาต่อรองทางการค้าทั้งในระดับทวิภาคี และ พหุภาคี เพื่อบรรเทาปัญหาการกีดกันทางการค้าอันเนื่องมาจากปัญหาสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ท่ามกลางการแข่งขันที่จะเพิ่มสูงขึ้นจากการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ภาพลักษณ์ของประเทศไทยด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น จะช่วยขยายโอกาสทางการค้ากับประเทศคู่ค้าที่สำคัญ เช่น สหรัฐฯ และ ประเทศในกลุ่มยุโรป ที่ให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างยิ่ง

เอกสารประกอบการวิจัย


ไม่มีเอกสารในงานวิจัยนี้